วิธีจัดกระเป๋าเดินทางอย่างเซียน (คนชอบเดินทางควรดู)

การ จัดกระเป๋าเดินทางเป็นเรื่องที่แล้วแต่ชอบและวัตถุประสงค์ครับเท่าที่รวบรวม ความเห็นมาได้จากที่ต่าง เช่น จาก PANTIP.COM…. ชอบแบบไหน จัดไปเลยครับ

= บางคนบอกให้ม้วนเสื้อ บางคนบอกให้จัดเสื้อผ้าแผ่ให้บางสุด

= ม้วนๆเสื้อ กางเกง จะทำให้มีพื้นที่เก็บได้เยอะดี  เวลากระเป๋าคว่ำๆ หงายๆ ก็ไม่มีปัญหาเสื้อผ้าไหลกลิ้งไปมา  เพราะว่าถูกบล้อกไว้แล้ว ปล.ไม่ว่าจะจัดเสื้อผ้าแบบไหน  เปิดออกมา ก็มียับเหมือนกันเนาะ  *^_^*

= ในกรณีที่ไปญี่ปุ่น  ก็จะเอาเสื้อผ้าทำแบนๆ ใส่พลาสติก วางบนข้าวของอื่นๆ ข้าวของอื่นๆนี่ก็คือ อาหารแห้งหรือไม่แห้ง ก็จะห่อฟลอยด์อะลูมิเนียม ตามด้วย หนังสือพิมพ์อีกชั้นนึง

= ม้วนได้ม้วน แผ่ได้แผ่  ยัดได้ยัด…เสื้อผ้าชิ้นใหญ่ ที่ต้องรักษารูปทรง  กางเกงหนาหนัก จะพับๆแผ่ๆไปก่อน ไม่เป็นไร แต่เคล็ดลับอยู่ที่ ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ชุดชั้นใน ถุงเท้า และเสื้อยืดที่ยับได้ นี่แหละ เป็นตัวคอยยัด คอยอุด ตามช่องว่าง ต่างๆ …ประโยชน์คือทำให้ช่องว่างแน่น  แถมทำให้ของสำคัญ ประเภทของใช้ที่เปราะบาง เครื่องสำอางค์  ต่างๆนาๆ ไม่แตกหักเสียหายด้วย ….. ขาไปไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับเนี่ย…ถ้าคาดว่ากระเป๋าจะหลวม มีช่องว่างเหลือ …ก็จะเริ่มเล็งๆดู ของราคาถูกๆ ขนมนมเนย มายัดตามช่องว่าง ไว้เป็นของฝากจากการเดินทางได้อีก…

= ก็ ประมาณแผ่บางๆ แต่ทำให้แน่น คือกระเป๋ามันมีที่รัดข้างใน เราก็เรียงลำดับของไม่ค่อยได้ใช้ พวกชุดนอน ชุดที่จะใส่วันหลังๆ เอาไว้ข้างล่าง (คิดเอาไว้แต่กรุงเทพฯ เลย) แล้วเอาของจะใช้ก่อนไว้บนๆ ส่วนใหญ่จะหยิบเผื่อไว้ประมาณ 1 ชุด ลองแพ็คดู ถ้ามันแน่นหรือล้น ก็เอาชุดสำรองออก แล้วพวกชิ้นเล็กๆ ต่างๆ ก็เอาอุดช่องว่างอ่ะ ทำให้มันเคลื่อนไหวได้น้อยที่สุด ……. อ้อจะต้องเอาชุดเตรียมใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย หรือแฮนด์แบ็กซัก 1 ชุด รวมทั้งของใช้ส่วนตัว และพวกแปรงสีฟัน, ยาสีฟัน พวกเนี้ย เผื่อเวลาไปถึงที่หมายแล้วกระเป๋าที่โหลดไม่มาด้วย หรืออยากจะล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนชุด, อากาศเย็น, อากาศร้อน ก็เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับที่ๆ เราไป

= เบสิก การจัดกระเป๋าเดินทางให้ดูเรียบร้อยน่าหยิบสิ่งของเครื่องใช้แบบง่ายๆ ได้รับการบอกเล่าถึงเคล็ดลับจาก หนุ่ม-อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ เพอร์ซันนัลสไตลิสต์ของดิ เอ็มโพเรียม เผยว่า ไม่ควรจัดกระเป๋าเดินทางแบบฉุกละหุกประเภทจะเดินทางเช้าวันจันทร์ คืนวันอาทิตย์ถึงนั่งจัดกระเป๋า ควรเตรียมตัวล่วงหน้าวันสองวันด้วยการหยิบสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้มาวางให้ เห็นว่ามีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรจะได้เตรียมหาทัน วิธีการจัดกระเป๋าให้เริ่มจากเอาของที่มีน้ำหนักอย่างรองเท้าแยกใส่ถุงผ้า ข้างละใบวางไว้ล่างสุด และในรองเท้าควรหาอะไรยัดใส่ ไว้เพื่อรักษารูปทรง เช่น ถุงเท้า หรือเศษกระดาษ ถ้ามีกระเป๋าใบเล็กใบน้อยหรือสมุดงาน ก็ใส่ไว้ชั้นล่างสุดเหมือนกัน จากนั้นค่อยเรียงเสื้อผ้า ถ้าเป็นเสื้อยืดให้รองแผ่นกระดาษไขหรือกระดาษขาวก่อนค่อยพับ แล้วจึงม้วนเป็นท่อนกลมๆ เพื่อเสื้อยืดจะได้ไม่ยับ แล้ววางเรียงกันให้เต็มพื้นที่กระเป๋าแบบไม่ให้มีร่อง เมื่อเรียงจนเต็มชั้นหนึ่งแล้ว ให้เอากระดาษขาว (กระดาษที่รองมากับเสื้อผ้าใหม่) วางกั้นไว้ก่อนจะเรียงชั้นต่อไป เป็นการกันไม่ให้เสื้อผ้าสีกัน ถ้ามีกางเกงยีนให้พับครึ่งตัววางไปตามความยาวของกระเป๋า โดยเอาส่วนครึ่งบนวางไปในกระเป๋า แล้วค่อยวางเสื้อที่พับแล้วไปวางบนกางเกงยีนสัก 2-3 ตัว จึงพับส่วนชายกางเกงยีนปิดทับอีกที ถ้าจะให้เนี้ยบ ควรวางกระดาษขาวกั้นระหว่างเสื้อผ้าทุกตัว ป้องกันการดูดสีของเสื้อผ้า รวมถึงป้องกันการขูดข่วนของซิปหรือกระดุมระหว่างเสื้อผ้าแต่ละตัว ส่วนของ ใช้ประเภทโลชั่น สบู่ น้ำหอม ก่อนใส่ในถุงเครื่องสำอาง ควรใส่ถุงซิปล็อกอีกชั้น เพื่อป้องกันขวดแตก เปรอะเปื้อนเสื้อผ้า

= ขณะที่หนุ่มนักเดินทางอย่าง ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ไม่ชอบที่จะแบกกระเป๋าใบใหญ่ๆ มีวิธีแพ็กกระเป๋าแบบส่วนตั๊ว…ส่วนตัว เพื่อให้สัมภาระน้อยชิ้นที่สุด!! โดยเอาเสื้อผ้าใส่ถุงพลาสติกแยกเป็นตัวๆ และมีกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อยเพื่อแยกของใช้ส่วนตัวเป็นประเภทๆ โดยจะแพ็กของทุกอย่างเอง เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้ หรือเมื่อถูกตรวจค้นจะได้บอกเจ้าหน้าที่ได้ถูกต้อง

= ส่วนเวิร์กกิ้งวูแมนที่วิ่งขาขวิดติดต่อทำธุรกิจต่างประเทศเดือนละหลาย ครั้งอย่าง ทิปปี้-สุพรทิพย์ ช่วงรังษี บอกว่า เวลาเดินทางต่างประเทศเพื่อความปลอดภัยไม่ควรพูดกับคนแปลกหน้า ถึงจะไปทำธุรกิจหลายวันแต่เธอก็ไม่นิยมพกเสื้อผ้าไปหลายชุดให้หนักกระเป๋า อาศัยเลือกชุดให้เหมาะใส่ได้ทั้งงานกลางวันและงานกลางคืน โดยอาศัยแอคเซสซอรี่เข้าช่วย ก็จะทำให้ดูไม่รู้ว่าใส่ชุดซ้ำ และที่ขาดไม่ได้สำหรับ “ทิปปี้” คือ ต้องแพ็กของใช้ส่วนตัวประเภทยา และอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์อย่างโน้ตบุ๊กติดตัวไปด้วยทุกครั้ง.

เลือกซื้อกระเป๋ายังไงไม่ให้ตกเทรนด์โดนเพื่อนล้อ

ใครชอบ สะพายกระเป๋าใบเดียวซ้ำๆ กันทุกวันคงไม่ดีแน่ เพราะกระเป๋า จะยิ่งเก่าเร็วขึ้นอีก แต่บางคนถึงมีหลายใบก็ใช่ว่าจะใช้คุ้ม เพราะอารมณ์ ตอนซื้อหน้ามืดไปหน่อย เห็นแค่สวย ก็คว้าหมับแล้ว ก่อนจะพลาดเป็นครั้งที่ร้อย วันนี้จึงมีเคล็ดลับในการเลือกซื้อกระเป๋ามาฝาก พร้อมกับยั่วกิเลสนักช็อป ด้วย กระเป๋าอินเทรนด์จาก 5 แบรนด์ดัง ด้วยล่ะ

++เมื่อบรรจุของเต็มเอี๊ยดแล้วก็ลอง ถือ หิ้ว หรือสะพายดูสักหน่อย ว่าเมื่อน้ำหนักของ สัมภาระบวก น้ำหนักของกระเป๋า เราจะทนแบกไหว หรือไม่

++หากกระเป๋าที่เลือกเป็น ชนิดสะพาย ควรเช็คสายกระเป๋าให้ดีก่อนว่า สะพายแล้วนุ่ม ไม่เจ็บ หรือเสียดสีไหล่บ้างหรือเปล่า

++อย่าลืมเช็คดูด้วยว่า ตอนที่ใส่ของเต็มกระเป๋าแล้วเนี่ย ทรงของกระเป๋าว่า ยังคงรูปเดิม อยู่หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าดีไซน์เดิมเป็นทรงสี่เหลี่ยม แต่พอใส่ ของครบเซ็ทกลายเป็น ทรงกลม เวลาสะพายคงแปลกๆ

++ที่แน่ๆ ต้องสำรวจคุณภาพของกระเป๋าเป็นอันดับแรก เย็บดีมั้ย มีรอยปริรอยขาด ตรงไหน แล้วสายกระเป๋าเย็บหนาแน่น พอจะรับน้ำหนัก ไหวหรือเปล่า

++ว่าแล้วก็ลองถ่ายเทสัมภาระ จากกระเป๋าใบเก่า ลองมาใส่ใบใหม่ ว่าบรรจุของ ได้หมดครบเซ็ทหรือไม่

++สำหรับผู้ที่รักความโดดเด่น ประเภทเน้นอินเทรนด์ไว้ก่อน ซีซั่นนี้กระเป๋า ที่ทำจากผ้า ตาสก๊อตหรือลายงูนั้น เอ้าท์ไปแล้ว และหากท่านจะเลือกชนิดที่เน้นสีสันคัลเลอร ์ฟูลก็ควรจะมีเท็คเจอร์ที่เรียบๆ หากคุณเป็นคนรักกระเป๋าขน สีน้ำตาล สีดำ จะเวิร์คสุด

++ถ้าจะให้ดีควรเลือกระเป๋าแบบคลาสสิค รูปทรงเรียบๆ โทนสีกลางๆ ไม่ฉูดฉาด รับรองว่าไม่มีวันเชยแน่นอน เพราะ นอกจากจะเรียบ เนี๊ยบ เก๋ ดูเป็นคุณนายแล้ว ยังใช้ได้นานวันไม่มีตกยุค (แต่อย่าลืมดูบุคลิกตัวเองประกอบการ ตัดสินใจด้วยนะคะ)

++ใครเป็นประเภทบ้าหอบฟาง นิยมพกของไปเยอะๆ เหมือนย้ายบ้าน ควรเลือกกระเป๋าชนิดที่เปิดช่วงบน เพื่อให้ง่ายแก่การใส่ & หยิบ สะพายพาดลำตัว หรือเป็นเป้สะพายหลังไปเลย จะช่วยให้สบาย ไม่ควรเลือกแบบหิ้ว เพราะปวดแขนปวดไหล่เปล่าๆ และทางที่ดีควรเลือกชนิดที่มีช่องลับก็ จะช่วยให้เซฟขึ้นด้วย

++แต่ถ้าจะให้อินเทรนด์กันจริง ๆ ต้องเลือกแบบเบาๆ เล็กๆ เน้นแฟชั่นสีสดใส หอบหิ้วสบาย ไว้ก่อน จะมีข้อเสียก็ตรงที่ว่าใช้ได้แป๊บๆ เดี๋ยวก็เอ้าท์อีกแล้วนี่สิ

++สีก็สำคัญไม่น้อย สาวๆ หลายคนเมื่อย่างกรายเข้าร้านขายกระเป๋าแล้ว เป็นต้องเดินตรงรี่เข้าไปคว้าใบที่มีสีดำไว้ก่อนเป็นอันแรก ข้อนี้เหตุผล ง่ายดีสีนี้ไม่มีตกยุค แถมจับเข้าได้กับทุกชุดอีกต่างหาก

++จากนั้นก็ลองล้วงลงไปในกระเป๋าว่าหยิบของได้สะดวกหรือเปล่า หรือจะหา อะไรทีต้องเทออกมาดูทั้งกระเป๋าถึงจะเจอ

++อย่าลืมเช็คดูให้ชัวร์ว่ากระเป๋ามี ช่องลับ ที่เป็นช่องซิปหรือช่องเล็ก ช่องน้อย อีกหรือเปล่า กระเป๋าที่ดีควรจะมีเพราะซื้อทั้งทีต้องขอคุ้มหน่อย คืออย่างน้อยนอกจากจะใส ่สัมภาระชิ้นใหญ่ๆ แล้ว น่าจะมีเนื้อที่ไว้ใส่ของ กระจุกกระจิก เช่น กุญแจรถ หรือกระเป๋าสตางค์ด้วย

++กระเป๋ามีหลายแบบ แบบซิปรูดปิดหมดหรือแบบ เปิดด้านบนเน้นการ ความจุ ของได้เยอะหรือมีแค่กระดุมแม่เหล็กเม็ดเดียว อย่าคิดแต่ว่า สวยเก๋ไว้ก่อน เวลาเลือกชั่งใจสักนิดว่าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย

++ตอนซื้ออย่าลืมส่องกระจกเพื่อเช็คดู ว่ากระเป๋าแมทซ์กับบุคลิกการแต่งตัว ของเราไหม และต้องคิดล่วงหน้าด้วยว่า จะเข้ากับเสื้อผ้าที่เรามีอยู่ได้ มากน้อยแค่ไหน ขอเตือนว่าอย่าเข้าข้างตนเองเด็ดขาด มิฉะนั้นอาจ เสียเงินฟรี

++วัสดุก็สำคัญ ถึงแม้ลวดลายและดีไซน์สุดเก๋ แต่กระเป๋าทำจากหนังหยาบๆ หรือผ้าหนาๆ ก็ไม่น่าซื้อ อีกประเภทหนึ่งคือ พวกกระเป๋าเบาๆ ที่ทำจากผ้าร่ม หรือไนลอน ขอบอกว่า ผ้าพวกนี้หากเลอะแล้ว ยากเกินจะทำความสะอาด ให้ดูดีเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆ ซึ่งถ้าหากเลือกชนิดที่เป็นหนัง ใช้ผ้านุ่มๆ ชุบโลชั่นเช็ดนิดเดียวก็ออกแล้ว

ซื้อกระเป๋าสตางค์ให้ถูกสี เพื่อให้เข้ากับดวงชะตาเรา

สำหรับคนที่กำลังมองหากระเป๋าใบเก๋ สำหรับเป็นของขวัญให้กับคนพิเศษ ลองหันมาใส่ใจกับสีกระเป๋าที่จะเลือกซื้อให้ถูกโฉลกตามวันเกิดของ ช่วยให้คุณค่าของกระเป๋าที่จะให้ดูมีความหมายกับคนสำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีก

คนเกิดวันพฤหัสบดี
สำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดีมีสีต้องห้ามอยู่สีเดียวคือ สีดำ สำหรับขนาดของกระเป๋าจะต้องไม่ใหญ่เกินไป เลือกชนิดมีช่องใส่พอประมาณ ส่วนสีกระเป๋าที่เหมาะก็คือสีแดงหรือส้ม

คนเกิดวันศุกร์
สีของกระเป๋าสตางค์ที่ต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันศุกร์ก็คือ สีดำ หรือสีโทนมืดๆ ดูทึมๆไม่สดใส แล้วก็ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ดูแปลกจนเกินไป เพราะจะทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่ ส่วนสีที่ควรใช้ก็คือ สีฟ้าและสีชมพู

คนเกิดวันเสาร์
ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์สีเขียวหรือน้ำตาล และต้องพยามยามเลือกแบบที่ไม่เก่าเร็ว ต้องให้แลดูใหม่อยู่เสมอ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนเกิดวันเสาร์ต้องซื้อกระเป๋าสตางค์บ่อยครั้งกว่าคนที่เกิดวันอื่น เพราะถ้าปล่อยกระเป๋าสตางค์ของดูเก่าขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ จะทำให้ไม่มีโชคลาภ ส่วนสีที่เหมาะกับคุณก็คือสีฟ้าหรือสีม่วง

 

คนเกิดวันอาทิตย์

สำหรับการคนเกิดวันอาทิตย์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระเป๋าสตางค์สีฟ้า สีดำ หรือกระเป๋าที่ทำมาจากหนังของสัตว์ทะเล ส่วนสีกระเป๋าที่ควรเลือกใช้คือ สีโทนสว่าง หรือจะเป็นกระเป๋าสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเขียว เป็นต้น

คนเกิดวันจันทร์
กระเป๋าสตางค์สีแดงหรือกระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากหนังสัตว์ กระเป๋าทั้ง 2 แบบนี้ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้ ส่วนสีกระเป๋าที่ดูจะเหมาะที่สุดก็คือ สีน้ำตาลหรือสีม่วง

คนเกิดวันอังคาร
กระเป๋าที่มีสีน้ำตาล และสีครีม ทั้ง 2 สีนี้เป็นสีที่ไม่เหมาะสำหรับคนเกิดวันอังคาร และอีกอย่างที่ต้องห้ามก็คือ กระเป๋าที่ทำมาจากหนังสัตว์ ส่วนสีที่ถูกโฉลกกับคุณก็คือ สีชมพู สีแสด และสีส้ม

คนเกิดวันพุธ
สำหรับคนเกิดวันพุธมีสีต้องห้ามอยู่ 2 สี คือ ดำและชมพู ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากหนัง โดยเฉพาะกระเป๋าที่ทำจากหนังของสัตว์ปีก ส่วนสีของกระเป๋าสตางค์ที่เหมาะก็คือ สีเขียวครีมและน้ำตาล

เทคนิคการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง 9 ข้อที่ควรจำ

1. ล้อ
ส่วนนี้เป็นส่วนที่อ่อนแอที่สุดที่จะเสียหายในการขนส่ง สายการบินทั่วไปจะปฏิเสธความรับผิดชอบสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับล้อ และผู้ผลิตหลายรายมักยกเว้นล้อในข้อรับประกันของบริษัท ล้อที่ดีที่สุดควรเป็นล้อยางทั้งลูกชนิดที่เป็นล้อแบบหรือเป็นลูกกลม ที่มีตลับลูกปืน ล้อควรฝังอยู่ภายในกระเป๋า โดยเฉพาะกระเป๋าที่ไว้ใต้เครื่องบินเพราะจะป้องกันการเสียของล้อได้ สำหรับกระเป๋าที่นำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ควรดูขนาดให้ถูกตามกฎเกณฑ์ของสายการบิน

2. หูหิ้ว
หูหิ้วแบบยืดหดควรติดตั้งภายในกระเป๋าได้เป็นดี หรือแบบพับแนบตัวกระเป๋าอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความเสียหายของเสาคันชัก แม้ว่าคันชักที่ติดตั้งภายนอกจะทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านในมากขึ้นก็ตาม เพราะคันชักมักจะเสียหาย จากแรงกระแทกจนทำให้ยืดหดคันชักไม่ได้ แต่ในกรณีที่เป็นกระเป๋าหิ้วติดตัวก็ไม่จำเป็นต้องให้คันชักมีเสาอยู่ด้านในก็ได้เพราะความเสี่ยงจากการเสียหายมีน้อยกว่ามาก

3. Denier (หน่วยวัดความแข็งแรงของผ้า)
Denier เป็นหน่วยของการวัดขนาดเส้นใยที่ใช้ในการทอผ้า dinier ยิ่งมากจะทำให้ผ้าหนักขึ้น สำหรับวัสดุที่นำมาทอเป็นผ้าก็ให้ความแข็งแรงต่างกันด้วย เช่น polyester 1800 denier แข็งแรงกว่า Polyester 1200 denier แต่แข็งแรงน้อยกว่า ballistic nylon 1050 denier โดยทั่วไปตามสายการบินจะไม่ยอมรับความเสียหายกับกระเป๋าเดินทางที่ทำด้วยผ้า 600-700 denier

4. การรับประกัน
กระเป๋าทุกยี่ห้อจะรับประกันก็ต่อเมื่อมีความเสียหายที่เกิดจากการผลิตเท่านั้น เช่น ซิปผิดปกติ รอยเย็บเบี้ยว หูลากหลุดหรือน็อตหลุด การรับประกันส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ผลิต ไม่ใช่เป็นของร้านที่ขายดังนั้นไม่ควรไปเชื่อกับการรับประกันของร้านมากนัก

5. การซื้อกระเป๋าเป็นการลงทุนไม่ใช่ความสิ้นเปลือง
การคุ้มทุนในการลงทุนซื้อกระเป๋าขึ้นอยู่กับอายุของการใช้งานกระเป๋า ถ้าคุณจ่ายเงินสองเท่าเพื่อซื้อกระเป๋าที่มีอายุใช้งานนานขึ้น 4 ปี อย่าลืม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วย

6. ไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าใบใหญ่กว่าจะหนักกว่า
สิ่งของที่คุณจะบรรจุลงในกระเป๋าอาจมีน้ำหนักประมาณ 20-30 กก. แต่น้ำหนักกระเป๋าที่ใหญ่เล็กต่างกัน 4-6 นิ้ว อาจมีน้ำหนักต่างกันเพียงครึ่งกิโลเท่านั้น และคุณจะรู้ว่าถ้ากระเป๋าไม่พอคุณต้องซื้อกระเป๋าอีกใบที่น้ำหนักอย่างต่ำก็ประมาณ 3-4 กก.

7. กระเป๋าใหญ่ก็ไม่ใช่ว่าดีเสมอไป
คนทั่วไปจะบรรจุสิ่งของลงในกระเป๋าขนาด 26 นิ้วได้พอดี ดังนั้นก็ไม่ควรใช้กระเป๋าขนาดใหญ่กว่านี้ โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัญหาเรื่องการยกของหนัก เช่น ปวดหลัง หรือปวดแขน

8. อย่าไปยึดติดกับยี่ห้อ
คนทั่วไปจะคุ้นเคยกับชื่อ Samsonite และ american tourister เพราะเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ขายมานาน แต่ก็ยังมีหลายยี่ห้อที่คุณภาพก็ใช้ได้ เช่น travelpro eminent echolac delsey หรือแม้แต่ Blue light, Valentino, Miracle, Dandy ลองเลือกการใช้งานต่าง ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อ

9. ซื้อกระเป๋ากับร้านที่มีความรู้ด้านกระเป๋า
เพราะกระเป๋าเดินทางเดี๋ยวนี้ไม่ใช่มีหน้าที่แค่บรรจุสัมภาระเท่านั้น อย่าไปกลัวที่จะถามคนขายเกี่ยวกับความทนทาน หน้าที่การทำงานต่าง ๆ การบริการหลังการขาย

การเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางใบเก๋

มิ ใช่ต้องเดินทางบ่อยมากนัก แต่มักจะสลับกันไปพักอยู่กับที่บ้าง เดินทางไกลเพื่อทำงานและท่องเที่ยวบ้าง แต่สิ่งที่ต้องพบเจอบ่อยครั้งคือก่อนวันเดินทางกับการจัดเตรียมของลงกระเป๋า หากไปหลายวันกระเป๋าจะตุงเป็นพิเศษ ทั้งเสื้อผ้า ยาสีฟัน มีดโกนหนวด โฟม คอมพิวเตอร์ กล้อง ฯลฯ แทบจะปลิ้นออกมานอกซิป

หากกระเป๋า ไม่ทานทนพอ ผมเจอมาหมดแล้วครับ สายสะพายเป้ขาด ที่ลากกระเป๋าไม่ทำงาน ล้อกระเป๋าหลุด ซิปแตก ฯลฯ ต้องถูลู่ถูกัง และหากมีทางแก้ไขคือซื้อใบใหม่ และแน่นอนสต๊อกกระเป๋าทั้งเก่าและใหม่เวลาจัดห้องทำไมมีเยอะขนาดนี้ ทั้งชำรุดและใช้ได้

พอ ดีช่วงนี้เห็นโฆษณาบ่อย และลองค้นในอินเตอร์เน็ตดูว่าตลาดกระเป๋าเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง ก็น่าสนใจครับ ว่าเป็นตลาดที่ใหญ่และมีมูลค่ามหาศาลครับปีละเป็น 5,000 ล้านบาท สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยว หากช่วงไหน ปีไหนท่องเที่ยวบูมกระเป๋าเดินทางจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า