การ จัดกระเป๋าเดินทางเป็นเรื่องที่แล้วแต่ชอบและวัตถุประสงค์ครับเท่าที่รวบรวม ความเห็นมาได้จากที่ต่าง เช่น จาก PANTIP.COM…. ชอบแบบไหน จัดไปเลยครับ
= บางคนบอกให้ม้วนเสื้อ บางคนบอกให้จัดเสื้อผ้าแผ่ให้บางสุด
= ม้วนๆเสื้อ กางเกง จะทำให้มีพื้นที่เก็บได้เยอะดี เวลากระเป๋าคว่ำๆ หงายๆ ก็ไม่มีปัญหาเสื้อผ้าไหลกลิ้งไปมา เพราะว่าถูกบล้อกไว้แล้ว ปล.ไม่ว่าจะจัดเสื้อผ้าแบบไหน เปิดออกมา ก็มียับเหมือนกันเนาะ *^_^*
= ในกรณีที่ไปญี่ปุ่น ก็จะเอาเสื้อผ้าทำแบนๆ ใส่พลาสติก วางบนข้าวของอื่นๆ ข้าวของอื่นๆนี่ก็คือ อาหารแห้งหรือไม่แห้ง ก็จะห่อฟลอยด์อะลูมิเนียม ตามด้วย หนังสือพิมพ์อีกชั้นนึง
= ม้วนได้ม้วน แผ่ได้แผ่ ยัดได้ยัด…เสื้อผ้าชิ้นใหญ่ ที่ต้องรักษารูปทรง กางเกงหนาหนัก จะพับๆแผ่ๆไปก่อน ไม่เป็นไร แต่เคล็ดลับอยู่ที่ ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ชุดชั้นใน ถุงเท้า และเสื้อยืดที่ยับได้ นี่แหละ เป็นตัวคอยยัด คอยอุด ตามช่องว่าง ต่างๆ …ประโยชน์คือทำให้ช่องว่างแน่น แถมทำให้ของสำคัญ ประเภทของใช้ที่เปราะบาง เครื่องสำอางค์ ต่างๆนาๆ ไม่แตกหักเสียหายด้วย ….. ขาไปไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับเนี่ย…ถ้าคาดว่ากระเป๋าจะหลวม มีช่องว่างเหลือ …ก็จะเริ่มเล็งๆดู ของราคาถูกๆ ขนมนมเนย มายัดตามช่องว่าง ไว้เป็นของฝากจากการเดินทางได้อีก…
= ก็ ประมาณแผ่บางๆ แต่ทำให้แน่น คือกระเป๋ามันมีที่รัดข้างใน เราก็เรียงลำดับของไม่ค่อยได้ใช้ พวกชุดนอน ชุดที่จะใส่วันหลังๆ เอาไว้ข้างล่าง (คิดเอาไว้แต่กรุงเทพฯ เลย) แล้วเอาของจะใช้ก่อนไว้บนๆ ส่วนใหญ่จะหยิบเผื่อไว้ประมาณ 1 ชุด ลองแพ็คดู ถ้ามันแน่นหรือล้น ก็เอาชุดสำรองออก แล้วพวกชิ้นเล็กๆ ต่างๆ ก็เอาอุดช่องว่างอ่ะ ทำให้มันเคลื่อนไหวได้น้อยที่สุด ……. อ้อจะต้องเอาชุดเตรียมใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย หรือแฮนด์แบ็กซัก 1 ชุด รวมทั้งของใช้ส่วนตัว และพวกแปรงสีฟัน, ยาสีฟัน พวกเนี้ย เผื่อเวลาไปถึงที่หมายแล้วกระเป๋าที่โหลดไม่มาด้วย หรืออยากจะล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนชุด, อากาศเย็น, อากาศร้อน ก็เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับที่ๆ เราไป
= เบสิก การจัดกระเป๋าเดินทางให้ดูเรียบร้อยน่าหยิบสิ่งของเครื่องใช้แบบง่ายๆ ได้รับการบอกเล่าถึงเคล็ดลับจาก หนุ่ม-อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ เพอร์ซันนัลสไตลิสต์ของดิ เอ็มโพเรียม เผยว่า ไม่ควรจัดกระเป๋าเดินทางแบบฉุกละหุกประเภทจะเดินทางเช้าวันจันทร์ คืนวันอาทิตย์ถึงนั่งจัดกระเป๋า ควรเตรียมตัวล่วงหน้าวันสองวันด้วยการหยิบสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้มาวางให้ เห็นว่ามีอะไรบ้าง ขาดเหลืออะไรจะได้เตรียมหาทัน วิธีการจัดกระเป๋าให้เริ่มจากเอาของที่มีน้ำหนักอย่างรองเท้าแยกใส่ถุงผ้า ข้างละใบวางไว้ล่างสุด และในรองเท้าควรหาอะไรยัดใส่ ไว้เพื่อรักษารูปทรง เช่น ถุงเท้า หรือเศษกระดาษ ถ้ามีกระเป๋าใบเล็กใบน้อยหรือสมุดงาน ก็ใส่ไว้ชั้นล่างสุดเหมือนกัน จากนั้นค่อยเรียงเสื้อผ้า ถ้าเป็นเสื้อยืดให้รองแผ่นกระดาษไขหรือกระดาษขาวก่อนค่อยพับ แล้วจึงม้วนเป็นท่อนกลมๆ เพื่อเสื้อยืดจะได้ไม่ยับ แล้ววางเรียงกันให้เต็มพื้นที่กระเป๋าแบบไม่ให้มีร่อง เมื่อเรียงจนเต็มชั้นหนึ่งแล้ว ให้เอากระดาษขาว (กระดาษที่รองมากับเสื้อผ้าใหม่) วางกั้นไว้ก่อนจะเรียงชั้นต่อไป เป็นการกันไม่ให้เสื้อผ้าสีกัน ถ้ามีกางเกงยีนให้พับครึ่งตัววางไปตามความยาวของกระเป๋า โดยเอาส่วนครึ่งบนวางไปในกระเป๋า แล้วค่อยวางเสื้อที่พับแล้วไปวางบนกางเกงยีนสัก 2-3 ตัว จึงพับส่วนชายกางเกงยีนปิดทับอีกที ถ้าจะให้เนี้ยบ ควรวางกระดาษขาวกั้นระหว่างเสื้อผ้าทุกตัว ป้องกันการดูดสีของเสื้อผ้า รวมถึงป้องกันการขูดข่วนของซิปหรือกระดุมระหว่างเสื้อผ้าแต่ละตัว ส่วนของ ใช้ประเภทโลชั่น สบู่ น้ำหอม ก่อนใส่ในถุงเครื่องสำอาง ควรใส่ถุงซิปล็อกอีกชั้น เพื่อป้องกันขวดแตก เปรอะเปื้อนเสื้อผ้า
= ขณะที่หนุ่มนักเดินทางอย่าง ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ ไม่ชอบที่จะแบกกระเป๋าใบใหญ่ๆ มีวิธีแพ็กกระเป๋าแบบส่วนตั๊ว…ส่วนตัว เพื่อให้สัมภาระน้อยชิ้นที่สุด!! โดยเอาเสื้อผ้าใส่ถุงพลาสติกแยกเป็นตัวๆ และมีกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อยเพื่อแยกของใช้ส่วนตัวเป็นประเภทๆ โดยจะแพ็กของทุกอย่างเอง เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้ หรือเมื่อถูกตรวจค้นจะได้บอกเจ้าหน้าที่ได้ถูกต้อง
= ส่วนเวิร์กกิ้งวูแมนที่วิ่งขาขวิดติดต่อทำธุรกิจต่างประเทศเดือนละหลาย ครั้งอย่าง ทิปปี้-สุพรทิพย์ ช่วงรังษี บอกว่า เวลาเดินทางต่างประเทศเพื่อความปลอดภัยไม่ควรพูดกับคนแปลกหน้า ถึงจะไปทำธุรกิจหลายวันแต่เธอก็ไม่นิยมพกเสื้อผ้าไปหลายชุดให้หนักกระเป๋า อาศัยเลือกชุดให้เหมาะใส่ได้ทั้งงานกลางวันและงานกลางคืน โดยอาศัยแอคเซสซอรี่เข้าช่วย ก็จะทำให้ดูไม่รู้ว่าใส่ชุดซ้ำ และที่ขาดไม่ได้สำหรับ “ทิปปี้” คือ ต้องแพ็กของใช้ส่วนตัวประเภทยา และอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์อย่างโน้ตบุ๊กติดตัวไปด้วยทุกครั้ง.